ระดับอนุบาลและระดับประถมต้น
เด็กในวัยอนุบาลอยู่ในช่วง ( Preoperation
) เด็กสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้ โดยการใช้สัญลักษณ์ การใช้ภาษายังมีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง
ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่า คนอื่นๆ จะมีความเห็นต่างกันอย่างไร
ภาษาและความคิดของเด็กวัยนี้จะต่างจากครู ดังนั้น
ครูควรที่จะอธิบายว่า คำพูดที่เด็กพูดนั้นหมายถึงอะไร ในระหว่างวัยนี้ เด็กจะค่อยๆ
มีความสามารถที่จะเริ่มมองเห็นสิ่งของได้มากกว่าหนึ่งสิ่งในเวลาเดียวกัน เด็กจะค่อยๆ เริ่มมี ( Conservation
Concept ) ซึ่งความคงตัวที่เด็กสามารถเข้าใจมากที่สุด
ก็คือ เกี่ยวกับมวล ดังนั้น เด็กที่อยู่ในช่วงปลายปี ป. 1 หรือ
ป. 2 จะมี Concept เกี่ยวกับเรื่องนี้
ซึ่งทำไห้เด็กในช่วงนี้
สามารถคิดหาเหตุผลและแก้ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้
ซึ่งจะต่างจากวัยอนุบาล ที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความคงตัว จึงแก้ปัญหาด้วยการรับรู้
ดังนั้น เพียเจท์ จึงกล่าวว่า ก่อนที่เด็กจะเรียนเลข จะต้องเข้าใจเกี่ยวกับกฎของ Conservation
เสียก่อน การเรียนเลขมิได้หมายถึงเพียงการนับได้เท่านั้น
แต่จะต้องเข้า ( Concept ) ของจำนวน
ระดับประถมปลาย
เด็กวัยนี้สามารถคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น
และสามารถใช้ภาษาติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้และเขาเชื่อว่าในวัยนี้โดยเฉพาะชั้น ป. 5, ป. 6 เด็กจะเปลี่ยนจากขั้น ( Concrete
มาเป็น Formal ) เมื่อเด็กมาถึงขั้น ( Formal) แล้ว
เด็กจะสามารถสร้างทฤษฎีและหาข้อสรุป โดยใช้เหตุผลเป็นพื้นฐาน
โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์เรื่องนั้นมาก่อน ตลอดจนสามารถแก้ปัญหาที่เป็นนามธรรมได้
สิ่งสำคัญที่ครูจะต้องคำนึง คือ ในช่วงวัยนี้ครูอาจจะต้องทำงานอยู่กับเด็กทั้งสองวัย
ซึ่งเด็กวัย ( Concrete) และวัย Formal) มีลักษณะแตกต่างกัน
ในเวลาหนึ่งเด็กอาจจะคิดอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น วิธีที่ดี คือ
การเปิดโอกาสให้เด็กได้อธิบายเกี่ยวกับความคิดนั้นๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งที่เป็นนามธรรม ซึ่งจะช่วยให้ครูเข้าใจความคิดต่างๆ
ของเด็กได้
ระดับมัธยมศึกษา
เด็กสามารถคิดถึงองค์ประกอบต่างๆได้
เช่น ความยาวของเชือก และแรงเหวี่ยง นอกจากนั้น ยังสามารถคิดถึงความน่าจะเป็น
ดังนั้น ความคิดของเพียเจท์สำหรับเด็กวัยนี้ คือ สามารถคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ทุกเรื่องและสามารถตั้งสมมติฐานได้
นอกจากนั้น ลักษณะที่สำคัญของเด็กวัยนี้ คือ
การที่เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าความเป็นจริง
เด็กจะให้ความสำคัญกับความคิดของตนเองและคิดว่าคนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกันกับตน
ด้วยเหตุนี้ในวัยนี้ กลุ่มเพื่อนจึงมีอิทธิพลต่อเด็กมาก เมื่อเด็กอยู่ในช่วงปลายๆ
วัยรุ่นลักษณะเช่นนี้จะหายไป เด็กจะเริ่มรู้สึกว่าคนอื่นๆ
ก็จะคำนึงถึงตนเองและปัญหาของตนเองมากกว่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น